โอ๋โอละเห่ ว่ากันด้วยเรื่องเพลงกล่อมเด็ก

เพลงกล่อมเด็กนั้นทุกคนคงจะคุ้นหูกันอยู่แล้ว อาจจะเคยโดนกล่อมให้เข้าสู่ห้วงนิทราด้วยเพลงกล่อมเด็กมานักต่อนักแล้วก็เป็นได้ คนทั่วไปก็เข้าใจว่าเพลงกล่อมเด็กก็แค่ร้องเพลงเพื่อให้ลูกตัวน้อยของเราหลับ แต่ลึกลงไปในบทเพลงเหล่านั้น มันเป็นศาสตร์และศิลป์ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตกาล จากรุ่นสู่รุ่น โดยที่เราไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิด เรามาลองเจาะลึกในเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนมองข้ามกันไปสักหน่อย แล้วจะเห็นว่าเรื่องนี้มันไม่ได้ธรรมดาอย่างที่ทุกคนเข้าใจเลย

ว่ากันว่าเพลงกล่อมเด็กนั้นมีที่มาจากการเล่านิทานให้ลูกฟังก่อนนอน แล้วได้พัฒนาขึ้นมาจากการที่มีคำคล้องจองในเรื่องที่เล่านั้นเป็นบทกลอนที่มีความสละสลวยขึ้นตามกาลเวลา บางครั้งเนื้อเรื่องอาจจะไม่มีความหมายหรือมีความหมายก็ได้ อาจเป็นเพียงแค่เรื่องของสิ่งรอบตัว ธรรมชาติต่าง ๆ ชุมชน เศรษฐกิจ หลักธรรมคำสอน นิยายต่าง ๆ หรือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ

จุดมุ่งหมายของเพลงกล่อมเด็กนั้นไม่ได้มีเพียงแค่เพื่อให้หลับเท่านั้น แต่ยังมีความรักของผู้กล่อมที่มีต่อเด็กเอง ถ่ายทอดภาษาให้เด็กเรียนรู้ไปในตัว บอกความในใจที่มี ความทะนุถนอม ความสุข และอบอุ่นใจก่อนนอนจะทำให้การนอนหลับนั้นมีคุณภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้ตัวเด็กหลับและตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น มีพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ และสมองที่ดีอีกด้วย

ลักษณะของเพลงกล่อมเด็กทั้งหลายนั้น ส่วนใหญ่ก็จะสืบต่อกันจากปากสู่ปากมาหลายรุ่น หากจะรู้ต้นตอจริง ๆ คงไม่สามารถหาได้ว่าใครคือคนคิดค้น ในเพลงกล่อมเด็กนั้นไม่มีแบบแผนหรือบันทึกไว้ เนื้อหาหรือคำในบทเพลงนั้นอาจเปลี่ยนแปลง หรือผิดเพี้ยนไปได้ตามเวลา อันเนื่องมาจากการหลงลืมของผู้กล่อม หรือตัวผู้กล่อมเองอาจเป็นคนมีความสามารถจึงแต่งเนื้อเพิ่มเติมลงไปอีก

ถ้าพูดถึงเพลงกล่อมเด็กในภูมิภาคของประเทศไทยนั้นจะมีแบบแผนที่คล้ายกันอยู่บ้างในภาคเดียวกัน ในส่วนภาคอื่นก็จะแตกต่างออกไป อันเนื่องมาจากภาษาของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน ในภาคเหนือจะมีคำว่า อือ ขึ้นต้นเพลงอยู่เสมอ ในภาคใต้ก็จะมีคำว่า ฮาเหอ ขึ้นหัวอยู่บ่อยครั้ง ในภาคกลางนั้นจะมักจะมีคำว่า เอย ปิดท้ายบทเพลงอยู่ประจำ และในภาคอีสานนั้นจะมีคำขึ้นต้นว่า นอนสาหล่า

เพลงกล่อมเด็กนั้นจะไม่มีความหมายเลยแม้แต่น้อย หากตัวผู้กล่อมเองไม่ได้ร้องโดยใส่ความรัก ความห่วงใยที่มีต่อตัวเด็กลงไปด้วย เพราะหากร้องด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว หรือโมโหแล้วนั้น นอกจากจะทำให้เด็กนอนไม่หลับ หรือหลับได้ค่อนข้างยาก ซ้ำยังส่งผลถึงจิตใจของตัวเด็กเองในอนาคตอีกด้วย เพราะเด็กจะซึมซับสิ่งเหล่านั้น ทั้งอารมณ์ขุ่นมัว ความก้าวร้าว จนในที่สุดเด็กก็จะเติบโตขึ้นมากลายเป็นคนที่มีพฤติกรรมหรือนิสัยที่ไม่ดีนัก