โลกนี้กว้างยิ่งนัก มารู้จักแนวเพลงอื่นที่หาฟังยากกันบ้าง

แนวดนตรีในยุคนี้นั้นสามารถแตกแขนงออกไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถึงแม้บางแนวจะมีต้นแบบมาจากที่เดียวกัน แต่ค่อย ๆ กลายเป็นแนวไปได้อย่างน่าแปลกใจ ไม่มีนักดนตรีคนไหนที่จะรู้จักกับดนตรีทุกแนวได้อย่างแน่นอน ที่น่าตกใจก็คือบางแนวดนตรีนั้นเหนือจินตนาการแบบที่ว่าคิดขึ้นมาได้ยังไงกัน บางแนวก็ฟังเพลินทีเดียว เพียงแต่คงไม่สามารถขึ้นไปตีแนวดนตรีกระแสหลักได้สักเท่าไรนัก ถึงตรงนี้ลองไปดูคร่าว ๆ กันว่ามีแนวดนตรีที่แปลกแหวกแนวเหนือจินตนาการกว่าที่นักฟังเพลงทั้งหลายจะเคยได้ฟังมาแค่ไหน

  1. Chiptune

Chiptune คือแนวดนตรีที่เป็นเสียงสังเคราะห์ที่สร้างสรรค์จากชิปของเกมบอย หรือเครื่องนินเทนโดในช่วงยุคประมาณ 80-90 คนที่อยู่ในยุคนั้นก็คงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับเสียงในเกมต่าง ๆ ที่พวกเราชอบเล่นกันในวัยเด็ก ซึ่งจะเป็นเมโลดี้แค่สั้น ๆ วนไปมา แต่ติดหูมากเลยทีเดียว ลองนึกถึงเพลงเปิดตัวในเกมสุดอมตะอย่างคอนทร้า ดนตรีแนวนี้ก็คือการนำเสียงพวกนั้นมาเรียบเรียงให้เป็นเพลง มีเนื้อร้อง เหมือนเพลงปกติทั่วไป แต่เวลาได้ฟังเพลงพวกนี้จะรู้สึกน่ารัก สนุกสนาน และเหมือนได้ย้อนอดีตไปในวัยเด็กอีกครั้ง

  • Bluegrass

แนวดนตรีเก่าแก่นี้ถือได้ว่าแนวนี้เป็นลูกหลานของบลูส์ แจ๊ส และคันทรี่ ออกมาในจังหวะที่ถือได้ว่ากระชับขึ้น เร็วขึ้น เครื่องดนตรีที่ขาดไม่ได้เลยก็จะมี แบนโจ กีตาร์ ถ้ามีแมนโดลินด้วยก็จะดีมาก แม้แต่เบสเองก็ต้องเป็นดับเบิลเบส แล้วส่วนใหญ่ดนตรีแนวนี้จะใช้แค่เครื่องอะคูสติกเท่านั้น แทบจะไม่มีเครื่องไฟฟ้าเลย เพื่อให้เสียงของเพลงออกมาจากตัวเครื่องดนตรีนั้นจริง ๆ โดยไม่ผ่านการแปลงสัญญาณจากที่ไหนเลย เนื้อหาในเพลงจะเป็นความเชื่อแบบดั้งเดิม ใกล้ชิดธรรมชาติ ศาสนา และยังนับได้ว่า Bluegrass ยังมีส่วนช่วยพัฒนาไปสู่แนวดนตรีร็อก แอนด์ โรล อีกด้วย

  • Ambient

เชื่อหรือไม่ว่าแนวดนตรีนี้เกือบทุกคนได้เคยฟังกันเป็นประจำอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นแนวดนตรีชนิดหนึ่ง ความหมายของชื่อแนวดนตรีนี้ก็ตรงตัวเลย…บรรยากาศ จะทำให้ผู้ฟังได้รับรู้ถึงสิ่งรอบตัวในที่นั้น ๆ เพลงจะมีท่วงทำนองที่เนิบช้า ส่วนใหญ่เป็นเสียงสังเคราะห์ บางทีจะเป็นเสียงเปียโน หรือเสียงลม เสียงหยดน้ำบ้าง ผู้ที่ได้ฟังจะรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยลดอาการตึงเครียดได้เป็นอย่างดี มีสมาธิมากขึ้น เพราะเพลงจะเป็นเหมือนบรรยากาศรอบตัว ทำให้สมองของเราไม่ต้องไปโฟกัสที่เพลงมาก สมาธิก็จะไปตกอยู่ในสิ่งที่ทำจึงมีสมาธิมากกว่า

ทั้งสามแนวดนตรีที่กล่าวมานั้นล้วนเป็นดนตรีกระแสรอง จึงไม่ค่อยมีเพลงฮิต หรือศิลปินที่โด่งดังมากนัก เป็นนับว่าเป็นทางเลือกที่ดีเลยทีเดียวสำหรับนักฟังที่เบื่อกับการเสพเพลงแนวเดิม ๆ แล้ว