เทพจุติแล้ว…เหล่าศิลปินที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะทางดนตรี

นักดนตรีบนโลกใบนี้นั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน ดาวรุ่งพุ่งแรงบ้าง รุ่นเก๋าในวงการบ้าง ซุปเปอร์สตาร์บ้าง หรือจะเป็นพวกที่มีแฟนคลับเฉพาะกลุ่มบ้าง ทั้งหมดล้วนมีฝีมือทางดนตรีที่แตกต่างกันไปตามที่แต่ละคนถนัด แต่จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะทางดนตรี และมีผลงานระดับตำนานเป็นดั่งคัมภีร์แห่งดนตรีไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา โดยขอแบ่งเป็นตามยุคสมัยต่าง ๆ กัน ไปดูกันว่าเหล่าเทพแห่งดนตรีนั้นมีใครกันบ้าง

  1. ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน (Ludwig Van Beethoven ค.ศ.1770-1827)

จำเป็นอย่างยิ่งที่เขาผู้นี้จะต้องได้รับเกียรติให้กล่าวถึงเป็นอันดับแรก กับผลงานสุดยอดอันมากมายและการปฏิวัติวงการดนตรีจากยุคคลาสสิกมาสู่ยุคโรแมนติก จากเด็กที่ฐานะทางบ้านไม่ดีนักพ่อของเขาจึงเริ่มเรียนดนตรีตั้งแต่เด็กเพื่อให้หาเลี้ยงครอบครัวได้ และมาฉายแววตอนอายุ 17 ปี ในวันที่เขาได้มีโอกาสมาแสดงสดต่อหน้าโมซาร์ท และโมซาร์ทได้กล่าวไว้ว่า เด็กคนนี้จะต้องกลายเป็นศิลปินระดับโลกอย่างแน่นอน เขามีบุคลิกที่หยิ่ง อารมณ์แปรปรวน ไม่ยอมใคร มีความคิดนอกกรอบและแหกกฎแห่งดนตรีในยุคนั้น จนถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกนอกรีตอยู่หลายครั้ง และเคราะห์ร้ายอย่างหนักเมื่อเขาต้องมาสูญเสียการได้ยินไปอย่างถาวร แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาเลิกเป็นนักดนตรีแต่อย่างใด ซ้ำยังสามารถประพันธ์เพลงที่เป็นตำนานมาจนถึงทุกวันนี้อีกมากมาย

  • ไมเคิล แจ๊กสัน (Michael Jackson ค.ศ.1958-2009)

ราชาเพลงป๊อปผู้นี้มีผลงานตั้งแต่อายุได้เพียง 5 ปีเท่านั้นกับวง เดอะ แจ๊กสัน ไฟว์ ก่อนที่จะเริ่มมาเป็นศิลปินเดี่ยว จากนั้นโลกก็ไม่เคยมีใครที่ไม่รู้จักเขาคนนี้อีกเลย ด้วยเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์บวกกับท่าเต้นที่เป็นที่นิยมในทุกเพศทุกวัย ถึงแม้ในบางช่วงเขาจะมีข่าวเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กในช่วงปี ค.ศ.1993 บ้าง ถึงจะเป็นการทำให้ชื่อเสียงเขาเสียหาย แต่ ไมเคิล แจ๊กสัน นั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่ทลายกำแพงแห่งเชื้อชาติลงได้อยู่ดี และในอัลบั้ม Thriller นั้นก็ยังได้ถูกบันทึกไว้ว่ามียอดขายสูงสุดตลอดกาลอีกด้วย

  • เฟรดดี้ เมอร์คูรี (Freddie Mercury ค.ศ. 1946 –1991)

เขาคือฟรอนท์แมนแห่งวงควีน เขาเป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง โปรดิวซ์เซอร์ และไม่พูดถึงไม่ได้เลยสำหรับการแสดงสดและเสียงที่ทำให้คนดูอยู่ภายใต้มนตร์สะกด อีกทั้งนิตยสารชื่อดังขนานนามให้เขาว่าเป็นนักร้องร็อกยอดเยี่ยมตลอดกาลอีกด้วย เขาได้เสียชีวิตลงด้วยโรคปอดบวมจากการเป็นโรคเอดส์ในปีค.ศ. 1991 นั่นเอง Bohemian Rhapsody คือหนึ่งในเพลงระดับตำนานของวงควีน และมีเฟรดดี้เป็นผู้แต่งและนักร้องนำของวง ด้วยความซับซ้อนของเพลงที่ผสมผสานดนตรีร็อกเข้ากับโอเปร่าได้อย่างลงตัว ถึงแม้เขาได้จากโลกนี้ไปแล้ว แต่เสียงร้องอันทรงพลังของเขาก็ทำให้เพลงนี้อยู่ในใจของทุกคนไปอีกนานเท่านาน

ทั้งสามคนที่กล่าวมาล้วนเป็นระดับอัจฉริยะทางดนตรีอย่างแท้จริง แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีศิลปินอีกมากที่มีความสามารถสูงและรอเวลาฉายแววความเป็นอัจฉริยะทางดนตรีให้โลกนี้ได้จดจำและเอาเป็นแบบอย่าง หรือแม้แต่ผู้ที่เริ่มหัดเล่นดนตรี ถ้ามีความมุ่งมั่น ตั้งใจมากพอ ความเป็นอัจฉริยะอยู่ไม่ไกลเกินความพยายามอย่างแน่นอน

ข้ามาก่อน! มาดูวงเฮฟวี่วงแรกของประเทศไทยกัน

ในเมืองไทยนั้นถ้านับกันจริง ๆ แล้ว ดนตรีร็อคถือกำเนิดได้ไม่นานนัก ซึ่งก่อนหน้านั้นประเทศไทยจะนิยมเพลงป๊อป มากกว่า ตั้งแต่สมัยวงชาตรี, ดิ อิมพอสสิเบิ้ล, ดิ อินโนเซ้นท์ เป็นเพลงจังหวะสนุก เต้นรำได้ ไม่หนักหน่วง เพลงสไตล์นี้ได้ครองประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ช่วงปีพ.ศ.2509 จนเวลาล่วงเลยผ่านมาเกือบ 20 ปี ทางฝั่งตะวันตกกระแสดนตรีเฮฟวี่เมทัลนั้นแรงมาก และแล้วก็มีกลุ่มคนดนตรีกลุ่มหนึ่งถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงปีพ.ศ.2527

เนื้อกับหนัง (Fresh & Skin) นี่คือชื่อของวงเฮฟวี่เมทัลวงแรกแรกของประเทศไทย โดยมีสมาชิกเพียงสามคน ได้แก่ จุมพฏ เลขะพันธ มือกีต้าร์ ชานนท์ ทองคง มือเบส ชนินท์ กัทลีนดะพันธุ์ มือกลอง ทุกคนสามารถร้องเพลงได้หมดในอัลบั้มแรกใช้ชื่อว่า “ฆาตะ – กัญชา” มีเพลงดังที่มีคนรู้จักอยู่โดยเพลงใช้ชื่อเดียวกับอัลบั้ม โดยพวกเขาลงทุนทำอัลบั้มกันเอง ระยะเวลาการอัดเพลงทั้งหมดประมาณ 10 วัน กับเงินลงทุนไปทั้งหมดประมาณหนึ่งหมื่นห้าพันบาท แต่ไม่มีการประชาสัมพันธ์ หรือการโปรโมทใด ๆ ทั้งสิ้น

ทางวงได้ออกอัลบั้มที่สองในปีถัดมาโดยใช้ชื่อว่า “ท่านคือ….ผู้ยิ่งใหญ่” และต่อเนื่องกับอัลบั้มที่สามในปีพ.ศ.2529 กับชื่ออัลบั้มว่า “อตฺต หิ อตฺโน นาโถ” ในความเป็นจริงวงเนื้อกับหนังไม่ได้โด่งดังมากนัก เนื่องจากแนวเพลงที่พวกเขาเล่นนั้น คนฟังส่วนมากยังคงไม่ยอมรับกัน แล้วทางวงก็เงียบไปจนถึงปีพ.ศ.2536 จึงได้ปล่อยอัลบั้ม “มโน สาเร่” ออกมาเป็นชุดที่ 3 แต่ก่อนหน้านั้นในช่วงปีพ.ศ.2532 ได้มีอัลบั้มพิเศษ “ฟ้าประกาศิต” ซึ่งเป็นการรวบรวมเพลงดังของพวกเขาเอง และได้ใส่เพลงใหม่ลงไปอีก 2 เพลงอีกด้วย

จุดเปลี่ยนของวงคือหลังจากที่ปล่อยอัลบั้มชุดที่ 3 ออกมาแล้วนั้น เพียงไม่นานมือกลองของวงก็ได้เสียชีวิตลง เป็นเหตุให้ทางวงค่อย ๆ เงียบหายไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังพอมีงานคอนเสิร์ตบ้างเล็กน้อย และได้มีการออกอัลบั้มแบบรีบูทใหม่อีกครั้งกับ 3 อัลบั้มแรก โดยปรับปรุงที่ปกเทป แต่ทางวงเองก็ไม่ค่อยได้มีความเคลื่อนไหวใด ๆ

หลังจากที่พวกเขาบุกเบิกกรุยทางให้ไปแล้วนั้น กระแสเฮฟวี่เมทัลก็เริ่มดีขึ้นหลังจากนี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งกำเนิดวงมหาเทพอย่า ดิ โอฬาร โปรเจคต์ โดยมี โป่ง ปฐมพร เป็นนักร้องนำที่มีพลังเสียงมหาศาล คำว่าเฮฟวี่เมทัลก็เข้าถึงผู้ฟังทุกคนไปเรียบร้อยแล้ว ถึงวงเนื้อกับหนังจะไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น แต่พวกเขานั้นคือตำนานชาวเฮฟวี่เมทัลของคนไทย เป็นวงแรกที่กล้าฉีกจากวงอื่น ๆ มาทำดนตรีในแบบที่ชอบ นับเป็นแรงบันดาลใจที่ดีสำหรับนักดนตรีที่อยากจะก้าวข้ามความกลัวสิ่งใหม่ ไปสู่การเปิดใจของตนเอง ท้ายที่สุดคนฟังจะเข้าใจ และยอมรับที่สิ่งนั้นในที่สุด