โอ๋โอละเห่ ว่ากันด้วยเรื่องเพลงกล่อมเด็ก

เพลงกล่อมเด็กนั้นทุกคนคงจะคุ้นหูกันอยู่แล้ว อาจจะเคยโดนกล่อมให้เข้าสู่ห้วงนิทราด้วยเพลงกล่อมเด็กมานักต่อนักแล้วก็เป็นได้ คนทั่วไปก็เข้าใจว่าเพลงกล่อมเด็กก็แค่ร้องเพลงเพื่อให้ลูกตัวน้อยของเราหลับ แต่ลึกลงไปในบทเพลงเหล่านั้น มันเป็นศาสตร์และศิลป์ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตกาล จากรุ่นสู่รุ่น โดยที่เราไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิด เรามาลองเจาะลึกในเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนมองข้ามกันไปสักหน่อย แล้วจะเห็นว่าเรื่องนี้มันไม่ได้ธรรมดาอย่างที่ทุกคนเข้าใจเลย

ว่ากันว่าเพลงกล่อมเด็กนั้นมีที่มาจากการเล่านิทานให้ลูกฟังก่อนนอน แล้วได้พัฒนาขึ้นมาจากการที่มีคำคล้องจองในเรื่องที่เล่านั้นเป็นบทกลอนที่มีความสละสลวยขึ้นตามกาลเวลา บางครั้งเนื้อเรื่องอาจจะไม่มีความหมายหรือมีความหมายก็ได้ อาจเป็นเพียงแค่เรื่องของสิ่งรอบตัว ธรรมชาติต่าง ๆ ชุมชน เศรษฐกิจ หลักธรรมคำสอน นิยายต่าง ๆ หรือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ

จุดมุ่งหมายของเพลงกล่อมเด็กนั้นไม่ได้มีเพียงแค่เพื่อให้หลับเท่านั้น แต่ยังมีความรักของผู้กล่อมที่มีต่อเด็กเอง ถ่ายทอดภาษาให้เด็กเรียนรู้ไปในตัว บอกความในใจที่มี ความทะนุถนอม ความสุข และอบอุ่นใจก่อนนอนจะทำให้การนอนหลับนั้นมีคุณภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้ตัวเด็กหลับและตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น มีพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ และสมองที่ดีอีกด้วย

ลักษณะของเพลงกล่อมเด็กทั้งหลายนั้น ส่วนใหญ่ก็จะสืบต่อกันจากปากสู่ปากมาหลายรุ่น หากจะรู้ต้นตอจริง ๆ คงไม่สามารถหาได้ว่าใครคือคนคิดค้น ในเพลงกล่อมเด็กนั้นไม่มีแบบแผนหรือบันทึกไว้ เนื้อหาหรือคำในบทเพลงนั้นอาจเปลี่ยนแปลง หรือผิดเพี้ยนไปได้ตามเวลา อันเนื่องมาจากการหลงลืมของผู้กล่อม หรือตัวผู้กล่อมเองอาจเป็นคนมีความสามารถจึงแต่งเนื้อเพิ่มเติมลงไปอีก

ถ้าพูดถึงเพลงกล่อมเด็กในภูมิภาคของประเทศไทยนั้นจะมีแบบแผนที่คล้ายกันอยู่บ้างในภาคเดียวกัน ในส่วนภาคอื่นก็จะแตกต่างออกไป อันเนื่องมาจากภาษาของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน ในภาคเหนือจะมีคำว่า อือ ขึ้นต้นเพลงอยู่เสมอ ในภาคใต้ก็จะมีคำว่า ฮาเหอ ขึ้นหัวอยู่บ่อยครั้ง ในภาคกลางนั้นจะมักจะมีคำว่า เอย ปิดท้ายบทเพลงอยู่ประจำ และในภาคอีสานนั้นจะมีคำขึ้นต้นว่า นอนสาหล่า

เพลงกล่อมเด็กนั้นจะไม่มีความหมายเลยแม้แต่น้อย หากตัวผู้กล่อมเองไม่ได้ร้องโดยใส่ความรัก ความห่วงใยที่มีต่อตัวเด็กลงไปด้วย เพราะหากร้องด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว หรือโมโหแล้วนั้น นอกจากจะทำให้เด็กนอนไม่หลับ หรือหลับได้ค่อนข้างยาก ซ้ำยังส่งผลถึงจิตใจของตัวเด็กเองในอนาคตอีกด้วย เพราะเด็กจะซึมซับสิ่งเหล่านั้น ทั้งอารมณ์ขุ่นมัว ความก้าวร้าว จนในที่สุดเด็กก็จะเติบโตขึ้นมากลายเป็นคนที่มีพฤติกรรมหรือนิสัยที่ไม่ดีนัก

แค่นี้ก็เกินพอ…มาดูเพลงที่ใช้เพียง 4 คอร์ดแต่กลับดังพลุแตก

เพลงแต่ละเพลง กว่าจะเรียบเรียงทำนองใส่คอร์ดกีต้าร์ให้เพลงนั้น ๆ ไพเราะได้ ต้องใช้ทั้งทฤษฎีดนตรีที่เล่าเรียนมา ใช้ประสบการณ์ที่เคยพบเจอ ใช้มันสมองครีเอทีฟออกมานั้น นักแต่งเพลงต้องใส่คอร์ดกีต้าร์ตามคีย์ของเพลงมากมายหลายคอร์ด แต่กลับบางเพลงทำออกมาเหมือนง่ายไปเลย ทั้งเพลงมีเพียงแค่ 4 คอร์ดเท่านั้น แต่กลับฮอตฮิตติดหู จนกลายเป็นเพลงติดชาร์ตไปได้เสียอย่างนั้น แล้วเพลงที่ว่านี้มีเพลงอะไรกันบ้าง มาลองดูกันเลย

  1. Shape of you ของ Ed Sheeran

ทุกคนต้องเคยได้ยินเพลงนี้อย่างแน่นอน ท่วงทำนองที่ติดหู เสียงร้องที่ไพเราะ จังหวะเพลงที่สนุกชวนให้โยกตาม ใครจะรู้บ้างว่าเพลงนี้ใช้เพลงแค่ 4 คอร์ดเท่านั้น คือ C#m, F#m, A, B ต้องซูฮกยกใหญ่ให้กับทางผู้แต่งเพลงนี้เลยเพราะว่า ใช้ดนตรีวนลูป 4 คอร์ด แต่สร้างทำนองคำร้องให้ลื่นไหล ไม่จำเจได้จนจบเพลง ที่สำคัญเพลงนี้โด่งดังไปทั่วโลก ขนาดในยูทูปยอดวิวยังเข้าใกล้ 4 พันล้านวิวเข้าไปแล้ว

  1. Zombie ของ The Cranberries

เพลงสุดอมตะนิรันดร์กาล จากเสียงของร็อคเกอร์สาวแห่งวง เดอะ แครนเบอร์รี่ส์ ที่ถึงแม้ทุกวันนี้เขาจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม แต่เพลงนี้ของเขาจะยังคงอยู่ไปอีกแสนนาน ด้วยท่วงทำนองที่กระชากอารมณ์ ปลดปล่อยความมันส์ออกมาได้เต็มที่ และที่สำคัญยังใช้เพลงแค่ 4 คอร์ดง่าย ๆ คือ Em, C, G, D ถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่เพิ่งหัดเล่นกีต้าร์ได้ไม่นาน ก็สามารถเล่นเพลงนี้ได้อย่างแน่นอน

  1. I’m Your ของ Jason Mraz

เขาคนนี้แหละเป็นผู้ทำให้ชาวไทยเริ่มสนใจในเครื่องดนตรีดีดขนาดจิ๋วที่เรียกว่า อูคูเลเล่ ที่มีเสียงอันกระจุ๋งกระจิ๋งฟังเพลิน และขนาดเล็กเหมาะมือทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก และเพลงนี้นั้นก็ใช้เพียงคอร์ดพื้นฐานสำหรับคนหัดเล่นดนตรีด้วยซ้ำ นั่นคือ C, G, Am, F ไม่ยากเลยถ้าจะเล่นเพลงระดับโลกแบบนี้ได้ด้วยเวลาไม่นาน

  1. เธอที่รัก ของ พาราดอกซ์

เพลงไทยของเราก็มีอยู่มากมายที่ใช้คอร์ดอันน้อยนิดแบบนี้ ขอยกเพลงเธอที่รัก ในเวอร์ชั่นที่วงพาราดอกซ์เอามาทำใหม่ด้วยชุดคอร์ดเรียบง่าย G, Em, Am, D เล่นวนไปทั้งเพลง แต่กลับทำให้เพลงฮิตติดหู มายาวนานตั้งแต่เวอร์ชั่นเก่า จนถึงปัจจุบัน เพลงนี้ก็ยังคงได้รับความนิยมจากวัยรุ่นยุคพ่อแม่ สู่ยุคของลูกได้เป็นอย่างดี

เห็นไหมว่าบางทีอะไรที่มันจะเจ๋ง มันไม่ต้องยากมากก็ได้ เรียบง่ายแต่โดนใจก็มีอยู่มากมายในโลกใบนี้ ถึงตรงนี้ หากใครมีความคิดจะหัดเล่นกีต้าร์ หรือผู้ที่เล่นเป็นอยู่แล้วนั้น น่าจะได้ลิสเพลงฝึกหัดเอาไว้ไปฝึกซ้อมเอาไว้ไปโชว์เพื่อนฝูง หรือเพื่อพัฒนาฝีมือต่อไปได้อีกแน่นอน

อุดหู ให้ไว ! บทเพลงไทยเนื้อหาสุดหลอนจนขนลุกไปทั้งตัว

ทุกวันนี้มีบทเพลงหลากหลายแนว ให้เราได้เสพกัน มีความหมายแตกต่างกันออกไป อาทิเช่น เพลงที่มีเนื้อหาของความรัก อกหัก หรือเพลงเศร้าเคล้าน้ำตา ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณเปิดประสบการณ์การฟังเพลงในแนวสุดหลอนที่มีเนื้อหา เกี่ยวกับความตาย และเกี่ยวกับผี ที่ขอท้าให้ทุกคนได้ลองไปฟังกัน

นั่งยาง paradox

วง paradox เป็นวงขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องความแปลกอินดี้ และคาแรคเตอร์ของวงที่มีจุดเด่นไม่เหมือนใคร รวมไปถึงการแต่งเพลงด้วย นั่งยาง ก็เป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่ฟังแล้วหลอนจนติดหู ยิ่งบวกกับเสียงเนิบ ๆ ช้า ๆ ของ ต้า นักร้องนำด้วยละก็ยิ่งหลอนไปกันใหญ่ โดยเนื้อเพลงจะเป็นเกี่ยวกับคู่รักคู่นึง ฝ่ายหญิงแอบไปมีชู้และทิ้งฝ่ายชาย จนทำให้ฝ่ายชายนั้นแค้นใจ เลยลงมือฆ่าหญิงสาวอันเป็นที่รักตาย และนำศพไปเผานั่งยางนั่นเอง

วัดโบสถ์ แม่นาค

เพลงกล่อมลูกน้อย ให้หลับฝันดี แต่จะฝันดีหรือไม่นั้นต้องใช้ความกล้ามาเลยทีเดียวเพราะเป็นบทเพลงกล่อมของ แม่นาค ที่ใช้กล่อมลูก ที่หลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินจากในภาพยนตร์กันมาบ้างแล้ว แน่นอนว่ามันเป็นบทเพลงกล่อมที่ฟังแล้วหลอนจนข่มตาหลับไม่ได้เลย

 มอญร้องให้

เพลงมอญร้องไห้ คือเพลงที่ร้องในงานอภิธรรมศพ โดยจะมีคณะมอญรำหน้าศพ และผู้ร้องก็จะร้องเกี่ยวกับคุณงามความดีของผู้ตายที่เคยทำเอาไว้ในตอนมีชีวิตอยู่ ให้เหล่าบรรดาญาติพี่น้องที่มาร่วมงาน ได้ระลึกบุคคลที่จากไป โดยจะใช้เป็นภาษมอญทั้งหมดในการร้อง ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ได้ฟังก็จะรู้สึกเศร้า อาลัย เป็นแน่แท้

เพลง เดียวดายกลางสายลม เพลงประกอบภาพยนตร์ เพื่อน..ที่ระลึก

เพลงประกอบภาพยนตร์ค่ายดังที่มีเนื้อหาเศร้าสลดหดหู่ เหมือนถูกทิ้งให้อยู่อย่างเดียวดาย รู้อ้างว้างและโดดเดี่ยว ใครฟังก็ต้องรู้สึกเศร้าตามไปด้วย ขับร้องโดย สาว บี น้ำทิพย์ ซึ่งนอกจากภาพยนตร์จะหลอนแล้ว ภาพยนตร์ยังหลอนไม่แพ้กันเลย

เอ้ รงค์ สุภารัตน์ – ห้องสุดท้าย

หลอนมากกับเพลงนี้ ห้องสุดท้าย ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่เฝ้าตามหาหญิงสาวคนหนึ่งที่บังเอิญพบกันในวันที่ฝนตกกระหน่ำใต้ต้นไทร ซึ่งเธอได้ยืนโบกรถของเขา และเขาก็ได้รับเธอขึ้นรถและไปส่งยังแมนชันแห่งหนึ่ง เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ปากอมชมพู คิ้วงาม ซึ่งเธอบอกว่าที่พักอยู่ชั้นบนสุด ห้องสุดท้าย ซึ่งเขาก็เฝ้ารอที่จะพบกับเธออีกครั้ง ถึงแม้ว่าเธอจะถูกรถชนที่ใต้ต้นไทรนั้นไปแล้วก็ตาม

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับ 5 บทเพลงที่ฟังแล้วหลอนติดหู ซึ่งนอกจากนี้ยังมีอีกหลายเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกน่ากลัวเหมือนกัน จะเห็นได้ว่าเสียงเพลงมีอิทธิพลต่อจิตใจของเราเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ถ้าใครอยากจะลองฟังก็สามารถตามไปหาฟังกันได้ หลากหลายช่องทาง ข้อแนะนำก็คือ ต้องฟังตอนกลางคืน ตอนอยู่คนเดียว ด้วยนะ ! รับรองรับประกันความหลอนเกินร้อย

 

ตะลึง!! หยดน้ำและเสียง กับความลับ ที่หลายคนไม่เคยรู้

เราทุกคนต่างรู้กันดีว่า เสียงเพลงนั้นมีอิทธิพลกับจิตใจของคนเรามากน้อยเพียงใด เสียงดนตรีจังหวะสนุกๆสามารถทำให้คนเรามีความสุข เสียงเพลงเศร้าทำให้เรารู้สึกหดหู่และอินตามได้ แล้วคุณเชื่อไหม ว่า ธรรมชาติ ก็เช่นเดียวกัน ซึ่งวันนี้ขอหยิบยกตัวอย่างเรื่องการทดลองเกี่ยวกับผลึกน้ำสุดน่าอัศจรรย์ ของดร. มาซารุ อิโมโต แพทย์แผนใหม่จากแดนปลาดิบ การทดลองนี้จะน่าสนใจอย่างไรกันนะ? มาไขความลับกัน

ความสวยงามของผลึกน้ำจากเสียงเพลง

การทดลองของดร. มาซารุ เริ่มต้นจากใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูงส่องในอุณหภูมิต่ำ โดยทำการแบ่งน้ำ หลาย ๆ ส่วน และเปิดเพลงหลากหลายแนว ทั้งเพลงร็อคที่มีคำหยาบคาย เพลงเบา ๆ สบาย ๆ รื่นหูที่มีเนื้อหาขอบคุณ เพลงรัก เพลงแม่ และเพลงเศร้า แล้วลองส่องกล้องดู ไม่น่าเชื่อว่า ผลึกของน้ำที่ได้รับเสียงแตกต่างกันนั้น มีผลึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดย ผลึกน้ำของเพลง ร็อคหนัก ๆ เป็นผลึกที่มีรูปร่างเหมือนคลื่นน้ำวน ไม่มีความสวยงาม ไม่จับตัวกันเป็นผลึกเลย ผลึกของเพลงเศร้า มีลักษณะแตกตัวเป็นหยดน้ำ ไร้รูปร่าง กลับกันกับเนื้อเพลงที่มีเนื้อหาที่ฟังสบายที่มีรูปร่างตกเป็นผลึกสวยงามเป็นอย่างมาก คล้ายๆกับเกล็ดหิมะเลยทีเดียว

ส่อง 5 เพลงชวนฟัง รื่นหู สบายทั้งใจสบายทั้งกาย

Savage Garden – Truly Madly Deeply เพลงเนื้อหาสุดโรแมนติกบอกเล่าเรื่องราวของผู้ชายที่รักผู้หญิงคนหนึ่งจนหมดหัวใจ พร้อมที่จะดูแลผู้หญิงที่เขารักอย่างดีที่สุด

I Love You – Avril Lavigne   บทเพลงรักของสาวเท่เอลวี่ ที่เป็นเพลงรักอีกหนึ่งเพลงที่ใครฟังแล้วก็ต้องหุบยิ้มไม่ได้แน่ๆเพราะเนื้อเพลงมันช่างหวานซะเหลือเกิน

Ed Sheeran – Perfect กินใจ และรู้สึกซาบซึ้งเป็นที่สุดกับเพลงนี้  ซึ่งไม่ว่าใครต่างก็ยกให้เพลงนี้เป็นเพลงที่เหมาะสมที่เปิดตอนแต่งงานเป็นที่สุด โดยท่อนโดนใจคือ “Baby, I’m dancing in the dark, with you between my arms Barefoot on the grass, listening to our favorite song , When I saw you in that dress, looking so beautiful , I don’t deserve this, darling, you look perfect tonight” นั่นเอง

Miley Cyrus – Malibu เพลงสบาย ๆ กลิ่นอายน้ำตกและทะเลกับเพลงมาลิบู ซึ่งเนื้อหาจะเป็นประมาณ ไม่ว่าคุณจะเจอปัญหาอุปสรรคใดๆคุณก็จะมีฉันที่คอยอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ถือเป็นเพลงให้กำลังใจที่ดีของสาวไมลี่ย์ อีกหนึ่งเพลง

Bruno Mars – Just The Way You Are เพลงฮิตอีกหนึ่งเพลงของหนุ่มผิวสี บลูโน่ มาร์ ที่เป็นเพลงเนื้อหาให้กำลังผู้หญิงที่บอกว่า ผู้หญิงทุกคนน่ะ มีความสวยในแบบฉบับของตัวเองอยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย ขอแค่เป็นตัวเองก็เพียงพอ บวกกับเสียงหวาน ๆ ของเค้าสามารถฟังแล้วเคลิ้มได้ดีเลย

ที่กล่าวมาเป็นเพียงบทเพลงที่ยกตัวอย่างมาเท่านั้น ยังมีอีกหลากหลายเพลงที่มีเนื้อหาเพราะ ความหมายดีกินใจ ซึ่งเราสามารถหาฟังได้หลากหลายช่องทาง

รูปร่างของผลึกน้ำที่เปลี่ยนไปต่าง ๆ นั้นเป็นเพราะว่า  ร่างกายของคนเรามีน้ำประกอบอยู่ 70 % เวลาที่เราฟังเพลงนั้นจึงมีผลกับจิตใจเรา และรวมไปถึงสภาพแวดล้อมด้วย ซึ่งแน่นอนว่ารวมไปถึง น้ำ เปิดเพลงที่ฟังสบาย เราก็จะรู้สึกสบายผ่อนคลาย น้ำก็จะเป็นผลึกสวย กลับกันถ้าฟังเพลงเศร้า ผลึกของน้ำก็จะเปลี่ยนไปด้วย เพราะฉะนั้น แสดงว่าพลังของเสียงนั้นมีผล ทั้งเรื่องของเสียงเพลง และเรื่องของคำพูด เราจึงควรปฏิบัติตัวให้ดี ๆ คิดดี ทำดี พูดดี ก็จะทำให้สภาวะรอบตัว คนรอบข้างดีไปด้วย

 

คนหูหนวกฟังเพลง เล่นดนตรี ได้ไหม ?

คนพิการทางการได้ยิน มักจะไม่เคยได้ยินเสียงมาก่อนเลยในชีวิตตั้งแต่โดยกำเนิด พวกคุณเคยสงสัยไหมว่า คนหูหนวก พวกเขาฟังเสียง หรือ เล่นดนตรีกันได้ไหม สามารถทำได้หรือเปล่า นี่เป็นเพียงการตั้งคำถามเล่น ๆ ที่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน ว่าจริง ๆ แล้วพวกเขาเหล่านี้สามารถทำได้ และยังทำได้ดีอีกด้วย

ความมหัศจรรย์ของร่างกายทดแทนความบกพร่องทางการได้ยิน

                คนหูหนวกสามารถรับรู้เสียงผ่านจากการสั่นสะเทือนของเสียงนั่นเอง ซึ่งจะรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ที่สมองส่วนเดียวกับที่คนหูปกติใช้ในการฟัง เพราะฉะนั้นคนหูหนวกจึงสามารถเรียนรู้และเข้าใจในทฤษฎีทางดนตรีได้ เราจึงขอยกตัวอย่างบุคคลที่มีความพิการทางการได้ยิน แต่ความสามารถทางการเล่นดนตรี มาให้ได้ดูกัน

Mandy Harvey

สาวสวย วัย 29 ปี ซึ่งเธอเป็นผู้พิการทางการได้ยินที่ต้องใช้การสื่อสารทางภาษามือเท่านั้น แต่นี่ก็ไม่ใช่อุปสรรคในการทำตามความฝันของเธอ แมนดี้เข้าร่วมประกวดแข่งขันรายการ อเมริกาก็อตทาเลนท์ โดยทุกคนต่างก็สงสัยว่าเธอจะมาโชว์อะไรในรายการนี้ ซึ่งเธอก็ได้ขึ้นไปบนเวทีอย่างมั่นใจ พร้อมอูคูเลเล่ข้างกาย แล้วบอกว่าเธอนั้นจะมาโชว์ ร้องเพลง เธอถอดรองเท้าออก เพื่อให้เท้าแนบกับพื้น เธอบอกว่านี่เป็นวิธีการจับจังหวะเพลงจากการสั่นสะเทือนของพื้นพร้อมกับดีด อูคูเลเล่ไปด้วย แล้วเธอก็แสดงโชว์นี้ออกมาอย่างเพอร์เฟคและสมบูรณ์แบบจนทุกคนต่างซาบซึ้งและทึ่งกับความสามารถของเธอ พร้อมส่งเสียงให้กำลังใจเธอ จนทำให้คณะกรรมการคนหนึ่งไปกดปุ่ม Golden Buzzer นั้นหมายความว่าเธอได้ผ่านเข้ารอบ และทะลุไปถึงรอบการแสดงสด โดยไม่ต้องผ่านรอบต่าง ๆ ที่เหลือเลย ซึ่งถือว่าแมนดี้สามารถแสดงให้ทุกคนรับรู้ได้ว่า คนหูหนวกก็สามารถร้องเพลง และเล่นดนตรีได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ยินเสียงก็ตาม

ลุดวิจ ฟาน บีโธเฟน

ไม่มีใครไม่รู้จักกับ ชื่อของคีตกวีชื่อดังที่สุดในโลกคนหนึ่ง ที่ต้องจารึกเขาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ บีโธเฟน เป็นนักเปียโนชาวเยอรมันที่มีความอัจฉริยะทางดนตรีแบบหาตัวจับยาก แต่เขามีบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างกับนักดนตรีทั่วไปคือหูของเขานั้นหนวกสนิททั้งสองข้าง นั่นหมายความว่า เขาไม่สามารถได้ยินเสียงอะไรต่าง ๆ ได้เลย  บีโธเฟนเริ่มเล่นเปียโนตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เนื่องจากพ่อบังคับให้เล่น เพราะปัญหาทางบานที่ขัดสน โดยพ่อของเขาต้องการให้เขาเป็นอัจฉริยะเหมือนโมสาร์ท จนอายุ 17 เขาก็ได้มีโอกาสแสดงโชว์เล่นเปียโนให้โมสาร์ทฟัง จนโมสาร์ทเอ่ยปากชมบอกว่า จงจับตาหนุ่มน้อยคนนี้ไว้ให้ดี ในอนาคตเขาจะต้องเป็นนักเปียโนที่สร้างผลงานให้คนทั้งโลกต้องจดจำเขาเป็นแน่

หลังจากนั้นไม่นานบีโธ่เฟนก็ฉายแววความอัจฉริยะทางดนตรีให้คนทั้งโลกได้ฟังขึ้นมาจริง ๆ และได้สร้างสรรค์ผลงานออกมามากมาย  ซึ่งเพลงฮิตที่เป็นเพลงอมตะนิรันดร์กาลครองใจนักดนตรีและผู้ฟังดนตรีทุกยุคทุกสมัยก็ คือ เพลง Symphony หมายเลข 5,6,7 และ 9 ซึ่งตอนที่เค้าแต่ง symphony หมายเลข 9

แม้หูของเค้านั้นดับสนิท แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาเลย ความพิเศษของซิมโฟนีบทนี้ก็คือ เป็นครั้งแรกของโลกที่มีการนำการขับร้องมาประกอบในบทเพลงซิมโฟนี

จะเห็นได้ว่า  ถึงแม้ว่าคนหูหนวกจะไม่สามารถได้ยินเสียงได้ แต่ร่างกายก็สามารถทนแทนความบกพร่องเหล่านั้นให้พวกเขาสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนของเสียงได้ และสามารถเรียนรู้เรื่องของดนตรีได้ด้วย ดังนั้นคนหูหนวกจึงมีความสามารถทางดนตรี ไม่แพ้คนปกติเลยล่ะ